KhonKaen DIABEXKhonKaen DIABEX
คนไข้คิวส่งต่อวางแผนบุคลากร
นพ.บีดีไอ แฮกกาทอนนพ
← รายชื่อคนไข้

ปุณ ทองสุข / Pun Thongsuk

KKDX-0004อายุ 56 ปีชายidentify: medication
AI SUMMARY

กำลังสรุปด้วย AI…

3.0ข้อมูลการรักษาครั้งล่าสุด

อัปเดตหลังพบแพทย์
บันทึกหลังตรวจ (อาการ / คำแนะนำ / ยา)

3.1Patient Overview

ชนิดเบาหวาน
Type 2 (เบาหวานชนิดที่ 2)
Type 2
93%
Type 1
2%
LADA
5%

ความเสี่ยง 8 อวัยวะ
โรคไตเรื้อรัง
39%
ความดันโลหิตสูง
26%
หลอดเลือดหัวใจ
10%
ภาวะสมองเสื่อม
9%
อัมพฤกษ์/หลอดเลือดสมอง
9%
หัวใจเต้นผิดจังหวะ
8%
หัวใจสั่นพลิ้ว
8%
หัวใจล้มเหลว
7%
ประสิทธิภาพยาปัจจุบัน

ยังไม่มีข้อมูลยา

3.2Timeline + Tipping Points

HbA1c (%) เส้นประ = พยากรณ์ปัจจุบัน 6% 6 ด. คาด 6.8%
Tipping Point Alerts

ยังไม่พบสัญญาณล่วงหน้าที่ต้องเตือน

LDL (mg/dL) เป้า < 100
น้ำหนัก (kg)

3.3What-If Simulator

ทางเลือก: เพิ่ม SGLT2i (empagliflozin)
HbA1c คาดการณ์
5.3%
▼ 0.7% จากปัจจุบัน (6%)
ความเสี่ยงแทรกซ้อนเฉลี่ยลดลง 0.6%

ลด HbA1c ~0.7% และลดความเสี่ยงไต/หัวใจ

AI อธิบาย

กำลังวิเคราะห์ด้วย AI…

ทางเลือกของแพทย์
พิมพ์ชื่อยา (ชื่อสามัญหรือชื่อการค้า) แล้วระบุขนาด

3.4Drug Sequence Roadmap

  1. ตอนนี้เริ่ม MetforminBiguanide
    เงื่อนไข: วินิจฉัย Type 2
  2. 6 เดือนเพิ่ม SGLT2i (empagliflozin)SGLT2i
    เงื่อนไข: ถ้า HbA1c ยังเกิน 7.5%
  3. 12 เดือนเพิ่ม GLP-1 RA (semaglutide)GLP-1 RA
    เงื่อนไข: ถ้า HbA1c ยังเกิน 8% หรือ BMI สูง
  4. 18–24 เดือนพิจารณาเริ่ม Basal insulinInsulin
    เงื่อนไข: ถ้ายังไม่ถึงเป้าหลังยา 3 กลุ่ม

3.5Organ Risk Map

โรคไตเรื้อรัง
Chronic Kidney Disease
39%
ความเสี่ยงสะสม
ปัจจัยขับเคลื่อน
  • UACR 85 (microalbuminuria)
ยาที่ช่วยหลายอวัยวะ
SGLT2i: ช่วยทั้งน้ำตาล ไต และหัวใจล้มเหลว
GLP-1 RA: ลดเหตุการณ์หัวใจ และลดน้ำหนัก

ผู้ป่วยปุณ ทองสุข อายุ 56 ปี ชาย ป่วยเป็นเบาหวานชนิดที่ 2 มีแนวโน้มการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดที่ไม่ดีขึ้นจาก HbA1c ล่าสุดที่ 6% และคาดการณ์ว่าจะสูงขึ้นเป็น 6.8% ในอีก 6 เดือนข้างหน้า ทำให้เสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนต่างๆ อย่างมาก โดยเฉพาะโรคไตเรื้อรังที่มีความเสี่ยงสูงถึง 39% และความดันโลหิตสูงที่มีความเสี่ยง 26% ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิด เนื่องจากอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ ได้ ดังนั้น ควรเร่งปรับแผนการรักษาเพื่อควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้ดีขึ้น และติดตามความดันโลหิตอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดข

ทางเลือก: เพิ่ม SGLT2i (empagliflozin)
HbA1c คาดการณ์
5.3%
▼ 0.7% จากปัจจุบัน (6%)
ความเสี่ยงแทรกซ้อนเฉลี่ยลดลง 0.6%

ลด HbA1c ~0.7% และลดความเสี่ยงไต/หัวใจ

AI อธิบาย

การเพิ่ม SGLT2i (empagliflozin) ในผู้ป่วยปุณ ทองสุข จะช่วยลดระดับ HbA1c จาก 6% เหลือ 5.3% ภายใน 6 เดือน ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มการเพิ่มขึ้นของ HbA1c ที่คาดว่าจะอยู่ที่ 6.8% หากไม่มีการเปลี่ยนแปลงการรักษา นอกจากนี้ยังช่วยลดความเสี่ยงแทรกซ้อนเฉลี่ยลง 0.6% ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงโรคไตเรื้อรังและความดันโลหิตสูง ข้อดี: SGLT2i มีผลลดน้ำตาลในเลือดอย่างมีนัยสำคัญและช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคแทรกซ้อน รวมถึงโรคไตและโรคหัวใจ ข้อควรระวัง: ควรติดตามอาการข้างเคียง เช่น การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ และการลดระดับน้ำตาลในเลือดเกินไป (hypoglycemia) ซึ่งอาจเกิดขึ้นหากใช้ร่วมกับยาอื่นๆ ความเหมาะสม: ทางเลือกนี้เหมาะสมกับผู้ป่วยที่มีแนวโน้มการเพิ่มขึ้นของ HbA1c และมีความเสี่ยงต่อโรคแทรกซ้อน โดยเฉพาะโรคไตเรื้อร

ทางเลือกของแพทย์
พิมพ์ชื่อยา (ชื่อสามัญหรือชื่อการค้า) แล้วระบุขนาด