KhonKaen DIABEXKhonKaen DIABEX
คนไข้คิวส่งต่อวางแผนบุคลากร
นพ.บีดีไอ แฮกกาทอนนพ
← รายชื่อคนไข้

กิตติพศ เตชะวณิชย์ / Kittiphot Techavanit

KKDX-0086อายุ 64 ปีชายidentify: icd10
AI SUMMARY

กำลังสรุปด้วย AI…

3.0ข้อมูลการรักษาครั้งล่าสุด

อัปเดตหลังพบแพทย์
บันทึกหลังตรวจ (อาการ / คำแนะนำ / ยา)

3.1Patient Overview

ชนิดเบาหวาน
Type 2 (เบาหวานชนิดที่ 2)
Type 2
93%
Type 1
2%
LADA
5%

ความเสี่ยง 8 อวัยวะ
โรคไตเรื้อรัง
80%
ความดันโลหิตสูง
69%
หลอดเลือดหัวใจ
55%
อัมพฤกษ์/หลอดเลือดสมอง
43%
หัวใจเต้นผิดจังหวะ
30%
หัวใจสั่นพลิ้ว
30%
หัวใจล้มเหลว
29%
ภาวะสมองเสื่อม
16%
ประสิทธิภาพยาปัจจุบัน

ยังไม่มีข้อมูลยา

3.2Timeline + Tipping Points

HbA1c (%) เส้นประ = พยากรณ์ปัจจุบัน 7.9% 6 ด. คาด 7.3%
Tipping Point Alerts

ยังไม่พบสัญญาณล่วงหน้าที่ต้องเตือน

LDL (mg/dL) เป้า < 100
น้ำหนัก (kg)

3.3What-If Simulator

ทางเลือก: เพิ่ม SGLT2i (empagliflozin)
HbA1c คาดการณ์
7.2%
▼ 0.7% จากปัจจุบัน (7.9%)
ความเสี่ยงแทรกซ้อนเฉลี่ยลดลง 0.6%

ลด HbA1c ~0.7% และลดความเสี่ยงไต/หัวใจ

AI อธิบาย

กำลังวิเคราะห์ด้วย AI…

ทางเลือกของแพทย์
พิมพ์ชื่อยา (ชื่อสามัญหรือชื่อการค้า) แล้วระบุขนาด

3.4Drug Sequence Roadmap

  1. ตอนนี้เริ่ม MetforminBiguanide
    เงื่อนไข: วินิจฉัย Type 2
  2. 6 เดือนเพิ่ม SGLT2i (empagliflozin)SGLT2i
    เงื่อนไข: ถ้า HbA1c ยังเกิน 7.5%
  3. 12 เดือนเพิ่ม GLP-1 RA (semaglutide)GLP-1 RA
    เงื่อนไข: ถ้า HbA1c ยังเกิน 8% หรือ BMI สูง
  4. 18–24 เดือนพิจารณาเริ่ม Basal insulinInsulin
    เงื่อนไข: ถ้ายังไม่ถึงเป้าหลังยา 3 กลุ่ม

3.5Organ Risk Map

ความสัมพันธ์ข้ามอวัยวะ
ไต (CKD)→หัวใจ (CAD/HF)
ไตเสื่อมเพิ่มความเสี่ยงหัวใจหลายเท่า
ความดันสูง→สมอง (Stroke)
ความดันสูงเรื้อรังเพิ่มความเสี่ยงหลอดเลือดสมอง
โรคไตเรื้อรัง
Chronic Kidney Disease
80%
ความเสี่ยงสะสม
ปัจจัยขับเคลื่อน
  • UACR 35 (microalbuminuria)
  • HbA1c 7.9%
  • SBP 146 mmHg
ยาที่ช่วยหลายอวัยวะ
SGLT2i: ช่วยทั้งน้ำตาล ไต และหัวใจล้มเหลว
GLP-1 RA: ลดเหตุการณ์หัวใจ และลดน้ำหนัก

กิตติพศ เตชะวณิชย์ อายุ 64 ปี ชาย ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่มี HbA1c ล่าสุดอยู่ที่ 7.9% ซึ่งมีแนวโน้มดีขึ้นตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ 6 เดือนข้างหน้าที่ 7.3% อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยมีความเสี่ยงสูงต่อภาวะแทรกซ้อนหลายประการ โดยเฉพาะโรคไตเรื้อรังที่มีความเสี่ยงถึง 80% ความดันโลหิตสูง 69% หลอดเลือดหัวใจ 55% และอัมพฤกษ์/หลอดเลือดสมอง 43% ดังนั้น การติดตามและควบคุมปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้อย่างใกล้ชิดจึงเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะการตรวจคัดกรองไตอย่างสม่ำเสมอ การควบคุมความดันโลหิตให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG) และการประเมินความเสี่ยงอัมพฤกษ์

ทางเลือก: เพิ่ม SGLT2i (empagliflozin)
HbA1c คาดการณ์
7.2%
▼ 0.7% จากปัจจุบัน (7.9%)
ความเสี่ยงแทรกซ้อนเฉลี่ยลดลง 0.6%

ลด HbA1c ~0.7% และลดความเสี่ยงไต/หัวใจ

AI อธิบาย

การเพิ่ม SGLT2i (empagliflozin) ในผู้ป่วยกิตติพศ เตชะวณิชย์ จะช่วยลดระดับ HbA1c จาก 7.9% เป็น 7.2% ภายใน 6 เดือน และลดความเสี่ยงแทรกซ้อนเฉลี่ยลง 0.6% ซึ่งเป็นผลดีต่อการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและลดความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน เช่น โรคไตเรื้อรัง ความดันโลหิตสูง และหลอดเลือดหัวใจ ข้อดีคือ SGLT2i มีผลข้างเคียงน้อยและช่วยลดน้ำหนัก ข้อควรระวังคือ อาจมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะและภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ ความเหมาะสมกับผู้ป่วยรายนี้คือ มีแนวโน้มการปรับปรุงระดับ HbA1c และลดความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อนที่สูง การตัดสินใจสุดท้ายเป็นของแพทย์

ทางเลือกของแพทย์
พิมพ์ชื่อยา (ชื่อสามัญหรือชื่อการค้า) แล้วระบุขนาด